The Kingdom of Thailand

The Kingdom of ThailandThe Kingdom of Thailand
Thailand, also called the Land of Smiles, is the most popular tourist destination in South-East Asia due to its wealth of natural beauty, culture and history, gorgeous islands and beaches and the mouth-watering food. In the North you will find breathtaking mountain ranges with waterfalls and fast flowing rivers for trekking and rafting, ethnic tribal groups with unique customs and clothing and people famous for their courtesy and hospitality. The North-East, or Isan, is one of the country’s most intriguing destination with many Stone Age and Bronze Age dwellings and artifacts, and several significant temples and national parks. The Central plains and the East Coast are dotted with national parks, seaside resorts and islands.

Thursday, January 6, 2011

เกาะล้าน ฟ้าสวย น้ำใส ใกล้ๆ กรุงเทพฯ

เจ้าของบทความท่านนี้เขียนเล่าเกี่ยวกับทริปท่องเที่ยวเกาะล้านได้น่าสนใจดีค่ะ  ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวได้อ่านกันนะคะ  เกาะล้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไปมากๆๆๆๆๆ เจ้าของบล๊อกเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปซะทีค่ะ ได้อ่านบทความนี้แล้วคงต้องรีบหาโอกาสไปเที่ยวกะเค้าซะที  มาเริ่มอ่านกันเลยดีกว่านะคะ ^^
Thanks to U all - ขอขอบคุณทุกท่าน :- 
  • เจ้าของบทความ เจ้าของภาพสวยๆทุกท่าน
  • ชอบเที่ยวไทย - ilovetourthai@googlegroups
  • ผู้เยี่ยมชมบล๊อกทุกท่านค่ะ - All Visitors




เนื่องในวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง เลยถืออากาศลาพักร้อน เพื่อให้รางวัลกับตัวเองสักหน่อย งั้นไปเกาะล้านดีกว่า
เคยไปมาแล้วรอบนึงกับเพื่อน ๆ แต่ครั้งนี้ขอแบกเป้บินเดี่ยวล่ะกัน


ออกเดินทางโดยรถตู้อนุสาวรีย์-เกาะล้าน รถจอดติดกับห้างเซ็นจูรี่ ติดกับ BTS ราคา 150 รถออก 07.00
พูดได้เต็มปากว่าประทับใจกับรถตู้คันที่ไปมาก ถ้าให้คะแนนบริการ ผมให้เต็ม 10 ครับ
จอดหน้าท่าเรือเลยครับ มาถึงท่าเรือก่อน 10.00 ครับ แดดกะลังดีเลย



ค่าเรือไปเกาะล้าน 20 บาท ก่อนลงเรือจะมีคนค่อยเก็บตั๋วและชี้บอกว่าเป็นลำไหน

 

ผมไปนั่งท้ายเรือครับ ไม่อยากไปเบียดกับคนอื่นเค้าเท่าไหร่นัก



เอาล่ะ เรือสตาร์ทเครื่องออกเดินทางกันแล้ว



นั่งไปสักพักแหงนมองไปข้างบน อะจะว้ายย ตกใจหมด ปลาตรีนลอยฟ้าาาา



บรรยากาศวันนี้ มันชวนให้นั่งทอดอารมณ์ไปเรื่อยเปื่อยจริงๆ ครับ อ๊ะ นั้นไง มีคนทำอย่างเช่นผมคิดจริงๆ ด้วย



และแล้วก็มาถึงท่าหน้าบ้านครับ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 30 นาที



ตอนขึ้นจากเรือมีสาวญี่ปุ่นแอบถ่ายผม(คงหน้าตาแปลกน่ะ) พอผมถ่ายบ้าง เธอกลับเขินอายหันหน้าหนีซะนี่



หนุ่มตังเกแอ็คท่าให้ถ่ายภาพ พอถ่ายเสร็จ บอกว่า "ฟิฟตี้บาท" ผมเลยบอกว่า "ผมคนไทยก๊าบเพ่"
 
มองไปที่รีสอร์ทหลังคาสีเขียว นั่นแหละครับที่พักผม "ธนัชชา รีสอร์ท"



พอขึ้นท่า มีเด็กแวนซ์ขับมาด้วยความเร็วสูง ดีนะที่หลบทันไม่งั้นขาผมคงหักไปแล้ววว



นั่งเรือแล้วท่าจะเมื่อยอ่ะ บิดไปทางขวาหน่อย



อ่ะ อึ๊บๆ บิดไปทางซ้ายหน่อยยย



อื้ม ค่อยยังชั่ว เอาล่ะไปหาที่พักกันดีกว่า



เดินผ่านประตู ชุมชนท่าหน้าบ้าน เลี้ยวขวา เจอน้องเค้าโพสต์ท่า(เหรอ)อยู่พอดี เลยกดแชะ



เดินตรงไปตามป้าย เพื่อไปเช็คอินที่ ธนัชชารีสอร์ท อะเจอแว้ว ที่แท้อยู่รีสอร์ทนี้ อยู่ปากโอ่งนี่เอง เอิ๊กเอิก



บ้านเรือนแถวนั้นดูคลาสสิค ได้อารมณ์บ้านชาวเลเสียจริง



อะเจอแล้วครับ ธนัชชารีสอร์ท แดดเริ่มแรง ชวนให้ผิวดำเสียจริง แต่ผมไม่กลัว เพราะผมดำมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ



ในที่สุดก็มาถึง "ธนัชชา รีสอร์ท" เปิดประตูไว้นิดเดียว โชคดีที่ผมหุ่นสแลนเดอร์(เหรอ)เลยเข้าได้สบาย อุอุ



ว้าววว ห้องพักสีสวยจัง



มองซ้ายมองขวา ไม่มีใครเลยแฮะ ถ่ายรูปซะหน่อย



มองตรง ๆ ห้องสวยมาก ๆ ครับ



อ๊ะ ๆ แต่นั่นมะจ้ายที่พักผม นี่ต่างหากล่ะ เหลือห้องสุดท้ายพอดี ห้องเบอร์ 2 ห้องสีครีม ริมในสุด วันหยุด ห้องราคา 1,200 บาทครับ



รอสักแป๊บ ก็มีพนักงาน เอากุญแจมาให้ เปิดประตูปุ๊บ ภาพแรกที่เห็น สภาพห้องเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน อุปกรณ์ครบครัน มาเหนื่อย ๆ ก็ดื่มน้ำเย็น ๆ ที่ทางรีสอร์ทเค้าแช่ไว้ให้ฟรี..



เมนูอาหารร้านเจ๊หมวย ราคาไม่แพง รสชาติอร่อยเลยทีเดียวเชียว แนะนำเมนู หอยกระต่าย
 
เขาบอกกันว่าเดี๋ยวนี้หอยกระต่ายหากินยากแล้วนะ



เตียงใหญ่ ๆ นุ๊มนุ่ม แล้วมาคนเดียว ผมจะนอนทั่วเตียงไหมเนี่ย (อิอิ เดี๋ยวไม่คุ้ม)



มีม่านกั้นกลางระหว่างโซนเตียงกะ โซนโซฟาเพื่อความเป็นส่วนตัว



ห้องน้ำกว้างขวาง สะอาด ไม่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ (ห้องน้ำกว้างมาก ๆ ครับ ขอบอก)



มีไฟหัวเตียง บวกกับห้องสีครีม กลางคืนให้อารมณ์โรแมนติกมาก ๆ (แต่มาคนเดียว ก็คงต้องโรแมนติคคนเดียว เศร้า)



เดินออกไปมีระบียงยื่นไปในทะเล มีมุม กาแฟ กินได้ตลอดวัน(ฟรี)



ธงนี้มีความหมายครับ คุณสามารถไปนั่งเก้าอี้ริมหาดตาแหวน ที่มีสัญลักษณ์ธงนี้ได้ฟรี



หลังจากนั้นก็เช่ามอไซค์ ราคาคันละ 300 บาท คืนรถตอน check out ที่ธนัชชารีสอร์ท มุ่งหน้าสู่หาดตาแหวน
จอดรถด้านนอกแล้วต้องเดินเข้าไปครับ



และผมก็มาถึงหาดตาแหวน



ก้าวแรกที่เหยียบหาดก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มของเนื้อทรายที่ขาวสะอาด แต่ร้อนไปหน่อย



มีโต๊ะริมหาดให้เลือกเช่าได้ตามสบาย



น้ำกะลังลด แต่คนไม่ได้ลดตามเลย หาดนี้เป็นหาดที่คนเยอะที่สุด เพราะนอกจากจะสวยแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน



เจ็ทสกี เตรียมพร้อมสำหรับท่านที่ต้องการความมันส์ และท้าทาย



อ๊ะ ๆ ได้ยินเสียง จ๊อก ๆ จากท้องผม เที่ยงแล้วนี่ คงต้องถอยก่อน



เดินตรงดี่มาที่ร้านที่เคยกิน อยู่ตรงหัวมุมหาดตาแหวนเลย ร้านนี้อร่อย ประหยัด น้องผู้ชายที่เสริฟอาหาร นอบน้อมมาก ๆ



สั่งง่าย ๆ ครับ ข้าวผัดรวมมิตรทะเลกับโค้กหนึ่งขวด ราคา 70บาท ผมว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับ ปริมาณ รสชาติ และบริการ



เมื่ออิ่มแล้ว ก็เดินไปทางท่าเรือหาดตาแหวน บริเวณนี้จะมีที่ทำการของหน่อยกู้ภัย และหน่วยพยาบาล



ฟ้าสวยน้ำใสที่ท่าเรือตาแหวน แต่เค้าห้ามเล่นน้ำใกล้ๆ ท่าเรือนะครับ เพราะอาจเกิดอันตรายได้



เรือกู้ภัยสีสด จอดในน้ำใส ๆ คอยให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว



เรือประมงจอดพักอย่างเป็นระเบียบ



มีบริการเรือนำเที่ยรอบเกาะ เห็นแล้วอยากไปด้วยจัง แหะ ๆ



เรือโดยสารที่จอดรอนักท่องเที่ยว อยู่ที่ท่าเรือ การไป-กลับเกาะล้านนั้นไปได้สองท่า นะครับ คือท่าหน้าบ้าน และท่าหาดตาแหวน



เดินจากท่าเรือกลับไปที่หาดตาแหวน ระหว่างทางมีสะพานไม้ทางขวา เชื่อมไปยังชายหาดเล็ก ๆ



แต่รู้สึกจะมีคนไทยและฝรังนอนอาบแดดกันเพียบ พอผมเดินเข้าไปทุกสายตาก็จ้องมองมาที่ผม (สงสัยหน้าตาแปลก อิอิ) เอ๊ะ ยังไง งั้นย้อนกลับออกมาดีกว่า



ตอนนี้ผมรู้สึกชักจะเมาแดดแล้วครับ คงต้องกลับที่พักก่อน แต่ก็ยังไม่วายถ่ายไปเรื่อยๆ



มองผ่านมุมนี้ มองยังไงทะเลก็ยังสวย
มองไปไกล น้ำน่าเล่นจริง ๆ แต่ขอกลับไปห้องพักก่อนดีกว่า



กลับมาที่หาดตาแหวนอีกที อ้าว คนหายไปไหนหมดเนี่ยยยย



ขากลับแวะจุดชมวิวกับสำนักปฏิบัติธรรมเขาใหญ่ อตัมมยราม (แล้วเมื่อไร่จะถึงห้องพักละเนี่ย แวะตลอด) เนื่องในวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง เลยแวะไหว้พระซะเลย



แวะจุดชมวิว ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน







ไม่ไหวแล้วครับ เมาแดดหน้ามืดไปหมด (ธรรมดาก็มืดอยู่แล้ว เพราะหน้าดำ เอิ๊กเอิก) เอ๊ะ !!! นั่นทางไปหาดนวลนี่ (เอาอีกแล้ว แวะตลอด)



หาดนี้ถือเป็นมุมของคนรักความสงบจริงๆ เงียบมากๆ น้ำใสกิ๊ก มีปะการังให้เห็นอยู่บ้าง



วิวไม่รกหูรกตาเหมือนหาดตาแหวน



เก้าอี้ริมหาด นั่งสบาย ๆ ปล่อยอารมณ์ไปกับทะเล โอ้วแสนสุข



คนที่เล่นน้ำนับจำนวนได้เลยครับ 5 คน



ว้า ๆ ถ้ามากะแฟนฉองต่อฉอง แนะนำเลยนะที่นี่น่ะ



บ่ายนี้ที่หาดนวล มีชายคนหนึ่งกะลังจะเป็นลมเพราะเมาแดด เอิ๊ก เอิก (ผมนี่เอง)



รู้สึกว่าจะเป็นชายหาดเดียวที่มีต้นมะพร้าว (ไม่แน่ใจนะครับ)



กลับไปนอนตากแอร์ จนถึงเย็น ก็ขับมอไซค์ออกมาที่ท่าเรือหน้าบ้าน



เรือเที่ยวสุดท้ายกำลังจะออกจากท่า



เกาะล้านยามเย็น บรรยากาศช่างดีเสียนี่กระไร



ขากลับแวะซื้อปลาหมึกย่างหน่อย เหลือ 8 ตัว ผมเลยขอเหมาหมด
แม่ค้า : ขายได้แค่ 3 ตัว ที่เหลือเค้าจอง มีแต่หอย เอามะ
ผม : หอยมันใหญ่ไปครับ กินยาก เอาแค่ปลาหมึกก็พอ
แม่ค้า :แปลกเนาะ คนอะไรไม่ชอบหอยใหญ่
ผม :นึกในใจเบา ๆ "ผมไม่ชอบหอยใหญ่ ก็ว่าผมอีก เง้อออ "



หลังจากนั้นมานั่งกินปลาหมึก ตรงระเบียง เจอฝรั่งคนหนึ่ง เค้าชวนนั่งด้วย พอผมไปนั่ง เค้าก็สั่งอาหารมาชุดใหญ่
 "
หอยกระต่ายอร่อยมากครับ" คุยกันถูกคอ(ผมมั่ว ฝรั่งเมา)นั่งคุยกันยาวเลยครับงานนี้ เอิ๊ก เอิก



ข้อดีของธนัชชารีสอร์ท ก็คือมีระเบียงให้ทุกห้องออกมาชมวิวได้ ทำให้ได้พูดคุยกับนั่งท่องเที่ยวด้วยกัน อีกมุม ตรงข้ามกับโต๊ะผม



บางคู่ก็เลือกที่จะนั่งแบบส่วนตัวที่หน้าห้อง ส่วนมองไกลๆ นั่นก็มีบริการปิ้งย่างให้ฟรี แค่ซื้อของสดมาเองเท่านั้น



กลางคืนอากาศดีมากๆครับ ลมพัดเอื่อยๆ ลมไม่เหนียวด้วย ไม่มียุง ถ้าเป็นไปได้อยากนอนที่ระเบียงซะเลย



เช้าวันใหม่ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ ตื่นมาฉี่แล้วนอนต่อ เย่ยยมะจ้ายย ตื่นตั้งแต่หกโมงครับ



แสงยามเช้าเริ่มปรากฏให้เห็น



หลังจากนั้นก็ออกไปซื้อโจ๊กมากิน และก็ขับตระวนตามหาดต่าง ๆ อีกรอบ เพื่อชมบรรยากาศตอนเช้า แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไร่ กลับมาอีกที 11 โมงกว่าแระ เลยไปถ่ายรูปข้างล่างรีสอร์ท



แต่ต้องเดินระวังหน่อยครับ เศษแก้วเยอะเหลือเกิน



ธนัชชารีสอร์ท จากมุมข้างล่างครับ ก่อนจะเช็คเอ๊าท์กลับ กทม



กลับเข้าห้องพัก อาบน้ำ เก็บของ check out เรือออกจากท่า บ่ายโมง 20 บาท เหมือนเดิม และก็นั่งรถตู้คิวเดิม เค้าขายตั๋วกลับ กทม ที่ท่าเรือเลยครับ ทริปนี้หมดไป 2000 นิดๆ ถึงกรุงเทพประมาณ สี่โมงเย็นครับ กลับมาหลับปุ๋ยเลยครับ